พุธ. ก.พ. 26th, 2020

โจแอล มาติป ผู้อยู่เบื้องหลังเกมรับที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล

โจแอล มาติป ผู้อยู่เบื้องหลังเกมรับที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล

โจแอล มาติป ผู้อยู่เบื้องหลังเกมรับที่ยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล

Sharing is caring!

นักเตะชุดปัจจุบันของลิเวอร์พูลนั้น มีผสมผสานกันจากทั้งนักเตะ จาก 4 ทวีปใหญ่ทั้ง บุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย จากการได้ ทาคุมิ มินามิโนะ นักเตะแดนซามูไรมาร่วมทีมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แต่ขุมกำลังของ หงส์แดง ที่ถือเป็นกำลังหลักของทีมส่วนหนึ่งคือนักเตะที่มาจากดินแดนกาฬทวีป ทั้ง ซาดิโอ มาเน่ ,นาบี เกอิต้า หรือกระที่งนักเตะที่แฟนบอลดูจะนึกถึงน้อยที่สุดเมื่อพูดถึงนักเตะแอฟริกาของทีม นั่นก็คือ โจแอล มาติป 

และกลาลงสนามลิเวอร์พูล วันนี้  เราจะมากล่าวถึงนักเตะสัญชาติแคเมอรูน นามว่า โจแอล มาติป แนวรับคนสำคัญของลิเวอร์พูลที่กำลังจะได้เถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยในไม่ช้านี้

โจแอล มาติป  เกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1991 เป็นนักฟุตบอลชาวแคเมอรูน ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางในพรีเมียร์ลีก ให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลและทีมชาติแคเมอรูน

 มาติป เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ ชาลเก้ 04 ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ก่อนจะได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2009 แถมตกเป็นข่าวพาดหัวใหญ่โตสมัยนั้นจากการช่วยทีมตีเสมอ บาเยิร์น มิวนิค ในยุค หลุยส์ ฟานกัล 1-1 และเป็นประตูแรกในทีมชุดใหญ่ด้วย ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมในการยืนตำแหน่ง และการช่วยทีมทำประตูทำให้เขาเป็นที่ยอมรับอยู่ไม่น้อย ณ ขณะนั้น

ตลอดการลงสนาม 20 นัดในซีซั่น 2009/10 ให้กับ ชาลเก้ เขารับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวรับเสียส่วนใหญ่ ก่อนจะมาเขายังระดับตัวเองขึ้นในฐานะผู้เล่นสารพัดประโยชน์ในบทบาทกองหลังทุกตำแหน่งและมิดฟิลด์ตัวรับในฤดูกาลถัดไป  ในฤดูกาล 2011/12 มาติป สามารถยึดตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คและเล่นคู่กับ เบเนดิคท์ โฮเวเดส ซึ่งช่วงเวลานั้นเองที่เจ้าตัวถูกทีมชาติแคเมอรูนทาบทามให้รับใช้ชาติและเจ้าตัวก็เลือกทีมชาติแคเมอรูนบ้านเกิดพ่อของเขาทั้งที่สามารถเลือกเล่นให้่ทีมชาติเยอรมันได้

และจากผลงานที่ไปเข้าตามกุนซือ สมองเพชรของ ลิเวอร์พูลอย่าง เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ ทำให้ในวันที่ ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 โจเอล มาติป เซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่างโย่งของ ชาลเก้04 เตรียมเดินทางมาเป็นสมาชิกใหม่ของ “หงส์แดง“ หลังจบฤดูกาลแบบไร้ค่าตัว ตามกฏการซื้อขายที่เรียกกันว่า “บอสแมน” โดยทาง มาติป เหลือสัญญากับ “ราชันสีน้ำเงิน“ เพียงแค่จบซีซั่น 2016 เท่านั้น ทำให้เจ้าตัวสามารถเจรจากับทุกสโมสรได้อย่างอิสระ แลในวันที่ ในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 มาติปย้ายเข้ามาอยู่กับลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ โดยสวมเสื้อหมายเลข 32

ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2016 มาติปลงเล่นนัดแรกให้กับลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เบอร์ตันอัลเบียน 5-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 3 อีเอฟแอลคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 2016 มาติปทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2016–17 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก 4-2 จบฤดูกาล มาติปยิงประตูในพรีเมียร์ลีก 1 ประตูจาก 29 นัด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 4 และคว้าโควต้าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลถัดไปได้สำเร็จ และในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2017–18 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่ลอนดอนสเตเดียม 4-1

 

ฤดูกาล 2018-19

ในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2018 มาติปทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 3-0

 

ฤดูกาล 2019-20

ในวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 2019 เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2019 ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ มาติปทำประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที ทำให้ต้องตัดสินในการยิงจุดโทษ สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายแพ้ในการยิงจุดโทษ 4-5 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชีลด์ อย่างน่าเสียดาย 

 

มาติป ผ่านการค้าแข้งมาแล้ว 2 สโสมร คือ ชาลเก้และปัจจุบัน คือ ลิเวอร์พูล และเกียรติประวัติที่ได้รับจากทั้งสองสโมสรก็คือ

กับชาลเก้

แชมป์ เดเอ็ฟเบโพคาล: 1 สมัย

แชมป์ เดเอฟเอล-ซูเปอร์คัพ: 1 สมัย

 

กับลิเวอร์พูล

แชมป์ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 1 สมัย

แชมป์  ยูฟ่าซูเปอร์คัพ: 1 สมัย

 

สไตล์การเล่นของมาติป

มาติป ถือเป็นหนึ่งนักเตะที่ได้รับการยอมมากที่สุดคนนึงของวงการสมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่กับ ชาลเก้ เขามาพร้อมกับชื่อเสียงในเรื่องการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าและสามารถอุ่นใจได้ยามบอลอยู่ที่เท้าของเขา

กองหลังทีมชาติแคเมอรูน มีจุดเด่นจากการโหม่งทำประตูและอีกหนึ่งจุดเด่นที่ยอดเยี่ยมของเขาคือการเคลื่อนที่และการยืนตำแหน่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ เจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างไม่ต้องสงสัย

มาติป เป็นหนึ่งในนักเตะแนวรับที่สามารถขึ้นมาพังตาข่ายได้หลายต่อหลายครั้ง โดยมีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 10 นัดต่อ 1 ประตู ซึ่งนอกจากจะเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงกองหลังแล้วเจ้าตัวยังสามารถขยับขึ้นมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับได้อย่างไม่ขัดเขิน แถมมีประวัติที่ใสะสะอาดทุกครั้งที่ลงสนาม เขาเล่นตามกฏและน้อยครั้งที่จะเห็นเขาโดนใบเหลืองหรือใบแดง

แม้ว่า มาติป จะโดนรัศมีของ เฟอร์มกิล ฟานไดค์ หรือแม้กระทั่ง โจ โกเมซ กลบชื่อเสียงการเป็นนักเตะแผงหลังที่ยอดเยี่ยมของเขา  แต่จากผลงานที่เขาได้พิสูจน์กับลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ก็ยังไว้วางใจ มาติปในหลายโอกาส นี่ก็ทำให้กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า โจแอล มาติป เป็นนักเตะคนสำคัญในชุดที่หงส์แดง กำลังที่จะเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรก ได้อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอน

 

 

เรื่องราวดี ๆ จาก FIFA55 ที่ห้ามพลาด

shares