พุธ. ก.พ. 26th, 2020

ไฮไลท์เกม + เจาะประเด็นสำคัญ เกมแดงเดือด หงส์แดงเปิดบ้านทุบผีแดง

ไฮไลท์เกม + เจาะประเด็นสำคัญ เกมแดงเดือด หงส์แดงเปิดบ้านทุบผีแดง

ไฮไลท์เกม + เจาะประเด็นสำคัญ เกมแดงเดือด หงส์แดงเปิดบ้านทุบผีแดง

Sharing is caring!

ศึกพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแมตซ์ประจำสัปดาห์ ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ ต้อนรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อคืนที่ผ่านมา ก็จบลงลงด้วยชัยชนะของ หงส์แดง ด้วยสกอร์ 2-0 และทำให้ตอนนี้ “เดอะ เร้ดส์” ทำแต้มฉีกหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูงไปไกลถึง 16 คะแนน แถมทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 30 แต้มเลยทีเดียว

เกมนี้ นักเตะเดอะ เร้ดอาร์มี่ โชว์ฟอร์มได้เหนือชั้นกว่า ปีศาจแดง อย่างเห็นได้ชัด และสามารถใส่สกอร์ให้ทีมไปได้ถึง 2 ประตู โดยเป็นผลงานของ เฟอร์กิล ฟานไดค์ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่เหมาคนละประตู ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปได้ในที่สุด

ซึ่ง ณ ตอนนี้ ที่เหลือเกมการแข่งขันในลีกอีก 16 นัด และด้วยคะแนนที่นำห่างขนาดนี้ ทำให้ความฝันของแฟนบอลหงส์แดงใกล้จะเป็นความจริงเข้าไปทุกขณะ ซึ่งหาก ลิเวอร์พูล สามารถซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ ก็จะเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีกันเลยทีเดียว

 

ไฮไลท์เกมการแข่งขันเมื่อคืนที่ผ่านมา

เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีปัญหาในการจัดทัพแต่อย่างใด แม้จะมีปราการหลังเจ็บอยู่ถึง 3 รายทั้ง โจแอล มาติป ,เดยัน ลอฟเรน และฟาบิญโญ่ แต่ตำแหน่งดังกล่าวก็มีขุมกำลังนักเตะที่สามารถทดทแทนกันได้ ซึ่ง คล็อปป์ เลือกให้ เฟอร์กิล ฟานไดค์ ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คร่วมกับ โจ โกเมซ ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา

ส่วน โอเล่ กุนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหาในการจัดทัพมากกว่าเจ้าถิ่นเยอะ โดยเฉพาะนักเตะเกมรุกที่ไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงบู๊ บวกกับ สก็อต แม็คโทมิเนย์ ก็ชวดลงสนามเช่นกัน โดยเกมนี้ โชลชาร์  เลือกใช้ระบบกองหลังสามตัว โดยแนวรุกวาง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นหน้าเป้าและให้ ดาเนี่ยล เจมส์ และอันเดรส เปไรร่า อยู่ข้างหลังเป็นหน้าต่ำ

เริ่มเกมมาในครึ่งแรก ทั้งคู่ต่างเปิดเกมบุกใส่กันอย่าวสนุกและเป็น แมนยู ที่ได้จังหวะหวาเสียวหลายครั้ง แต่ ในนาทีที่ 8 เนมานย่า มาติช รับใบเหลืองคนแรกของเกม หลังไปยกเท้าสูงใส่หน้า ไวจ์นัลดุม 

ลิเวอร์พูลเริ่มต้องเกมได้หลังผ่านไปแล้ว 10 นาที  โดยมีจังหวะเข้าทำหลายครั้งและประสบความสำเร็จในนาที 14 เมื่อได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะลูกเตะมุมทางด้านขวา เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดเข้ามาให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เทกตัวสูงกว่า แม็กไกวร์ โขกบอลเข้าไปตุงตาข่ายเข้าไป

ทัพหงส์แดงเกือบจะบวกสกอร์ที่สองได้ ในจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วอลเลย์ด้วยซ้ายไม่ดีบอลลอยโด่ง เด เคอา พยายามรับบอล แต่โดน ฟาน ไดค์ เทกตัวขึ้นมาเบียด ผู้เล่นผีแดงพยายามฟ้องเป็นฟาวล์แต่ผู้ตัดสินไม่เป่า ก่อน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะเก็บบอลได้แล้วปั่นเสียบเสาสอง ทำให้แข้งทีมเยือนยิ่งไม่พอใจวิ่งเข้าไปต่อว่า เคร็ก พอว์สัน ก่อนที่จะเช็ก VAR แล้วกลับคำตัดสินไม่ให้ประตูเจ้าถิ่นเนื่องจาก ฟาน ไดค์ ไปกระแทกเด เคอา 

เกมในครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายคุมเกมได้มากกว่า ปและมีโอกาสเข้าทำได้มากว่า แค่ก็ยังไม่สามารถบวกสกอร์ที่สองเพิ่มได้ และจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0

เริมเกมมาในครึ่งหลัง แมนยูโหมบุกหนัก นาที 57  เฟร็ด ตัดบอลได้กลางสนามจะกระชากบอลเข้าไปซัดด้วยซ้ายหลุดเสาแรกอย่างน่าเสียดาย อีกสองนาทีถัดมา ปีศาจแดงก็พลาดโอกาสตีไข่แตกอีกครั้ง หลัง มาร์กซิยาล ทำชิ่งหนึ่งสองกับ เปเรยร่า ก่อนที่ มาร์กซิยาล จะพักอกหลุดยิงเหินข้ามคานออกไป

แต่สุดท้ายแล้ว ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 90+3 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูตอกฝาโลง เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดจากครึ่งสนามควบบอลเข้าไปซัดบอลผ่านมือ  ดาบิด เด เคอา เข้าไปอย่างง่ายดายและ เคร็ก พอว์สัน เป่าจบเกม ทำให้ ลิเวอร์พูล เปิดรังอัดแมนยูไปได้ 2-0 นำโด่งเป็นจ่าฝูงด้วยสถิติไร้พ่ายต่อไป โดยมีเพิ่มเป็น 64 แต้ม นำห่างรองจ่าฝูง แมนซิตี้อยู่ถึง 16 คะแนน

 

เจาะประเด็นสำคัญ เกมแดงเดือด

-แดนกลางเป็นของลิเวอร์พูล

เห็นได้ชัดว่าเกมแดงเดือดเมื่อคืนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล สามารถคุมแดนกลางไว้ได้ทั้งหมด ทั้งการตัดเกมบุกของ ปีศาจแดง และการหาจังหวะเปิดช่องในการเข้าทำเกม ซึ่งเป็นจุดที่ หงส์แดงได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ,จอร์จิโอ ไวนัลดุมและ อเล็ด ออกเล็ด เชมเบอร์เลน ก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

-ฟานไดค์ ยังเป็นคีย์แมนสำคัญ

  หลังจากประตูเบิกร่องของเฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในนาที่ 14 ก็ทำให้นักเตะหงส์แดงเล่นอย่างไม่กดดันตั้งแต่ต้นเกม และฟานไดค์ยังแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง แถมยังเป็นตัวทีเด็ดในการเข้าทำประตูในจังหวะลูกโด่งหน้าประตูคู่แข่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ยอดเยี่ยมทั้งเกมรับและเกมรุก สมกับค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ที่ ลิเวอร์พูลยอมจ่ายให้ เซาแธมป์ตัน 

  1. อลีสซอน เซฟไม่พลาด

เกมนี้ อลิซอน เบ็คเกอร์ นายทวารบราซิลเลี่ยน ก็เชฟ ลูกยิงของปีศาจแดงอุตลุตเช่นกัน แต่ด้วยเจ้าของรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ก็ไม่ยอมให้ตัวเสียเสียฟอร์มในเกมแดงเดือดเช่นกัน เพราะช่วย ต้นสังกัด บล็อคการทำประตูของทีมคู่แข่งได้หลายต่อหลายจังหวะ ทั้งลูกยิงไกลของ อันเดรียส เปเรยร่า ในช่วงท้ายครึ่งแรก และ เฟร็ด ช่วงครึ่งหลัง ส่วนทีเด็ดอีกอย่างของ อลีสซง ก็คือการเปิดบอลที่แม่นยำ เกมนี้เขาแสดงให้เห็นถึงทักษะในเรื่องนี้ ด้วยการเตะบอลยาวให้กับ โมฮัมเม็ด ซาลาห์ ควบไปกดประตูตอกฝาโลงในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย 

 

 

เรื่องราวดี ๆ จาก FIFA55 ที่ห้ามพลาด

shares