พุธ. ก.พ. 26th, 2020
อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน อาวุธเด็ดหงส์แดง

อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน อาวุธเด็ดหงส์แดง

Sharing is caring!

ในสถานการณ์ที่นักเตะเกมรุกตัวหลักๆ ของทีมมีปัญหาจนไม่สามารที่จะลงสนามช่วยทีมได้ หนึ่งในนักเตะตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์ ได้ให้ให้โอกาสลงสนามก็คือ ดิอ๊อก หรือ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน นักเตะทีมชาติอังกฤษของทีม และเขามักจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดเด่นทุกครั้งที่ได้รับโอกาส

กลางสสนามลิเวอร์พูล วันนี้ เราจะมาเจาะลึกนักเตะวัย 26 ปี นามว่า อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน กันว่า เขาก้าวเข้ามาสู่ แอนฟิลด์ ได้อย่างไรในยุของ เจอร์เก้นท์ คล็อปป์

อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน นักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ เจ้าของฉายา “ดิออก” มีชื่อเต็มว่า อเล็กซานเดอร์ มาร์ก เดวิด ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1993 เป็นบุตรชายของมาร์ก เชมเบอร์ลิน อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางให้กับลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ หลังจากที่เป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะผู้เล่นของเซาแทมป์ตัน จากนั้นในฤดูกาล 2010–11 ได้เซ็นสัญญากับอาร์เซนอลในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลินยังเป็นผู้เล่นประจำของทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี และยังเป็นนักฟุตบอลอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในแชมเปียนส์ลีก

 

ชีวิตการค้าแข้งของ เชมเบอร์ลิน

เชมเบอร์ลิน เริ่มตันชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ กับ เซาแธมป์ตัน ในปี 2010 เขาลงเล่นให้กับทีมนักบุญไปทั้งหมด 36 นัด ยิงไปได้ 9 ประตู และจากการเป็นดาวรุ่งที่โดเด่น ทำให้ อาร์เซน่อล จัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในปี 2011

 

ชีวิตการค้าแข้งกับอาร์เซนอล

เชมเบอร์ลิน ย้ายสู่เอมิเรสต์ สวเตเดี้ยมอย่างเป็นทางการในปี 2011 และแมตซ์ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก คือเกมในรายการเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2015 ซึ่งเป็นรายการก่อนเริ่มฤดูกาล 2015–16 อาร์เซนอลสามารถเอาชนะเชลซี ในฐานะแชมป์พรีเมียร์ลีกไปได้ 1–0 จากการทำประตูของเชมเบอร์ลินในนาทีที่ 24 ทำให้อาร์เซนอลป้องกันแชมป์เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ได้ นับเป็นแชมป์สมัยที่ 14 อีกทั้งยังถือเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่อาร์แซน แวงแกร์ สามารถเอาชนะโจเซ มูรีนโย ได้ หลังจากก่อนหน้านั้นมา 13 นัด ในทุกรายการ อาร์เซนอลภายใต้การจัดการทีมของแวนแกร์ ไม่สามารถเอาชนะเชลซีภายใต้การจัดการทีมของมูรีนโยได้เลย

แต่ในฤดูกาลนี้ เชมเบอร์ลินถูกวิจารณ์ว่าเล่นได้ไม่ดี ซ้ำในช่วงปลายฤดูกาลยังได้รับบาดเจ็บทำให้พลาดโอกาสติดทีมชาติไปแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส

 

ชีวิตการค้าแข้งกับลิเวอร์พูล

หลังเริ่มฤดูกาล 2017–18 ผ่านไปได้ 3 นัด ก่อนการซื้อขายตัวผู้เล่นจะจบลง ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลินได้ย้ายไปอยู่ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เซ็นสัญญา 5 ปี โดยเชมเบอร์ลินได้สวมเสื้อหมายเลข 21 และในวันที่ 9 กันยายน ค.ศ. 2017 เชมเบอร์ลินลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดแรก โดยเชมเบอร์ลินถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 0-5 ต่อมา ในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E เชมเบอร์ลินทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ มารีบอร์ จากสโลวีเนีย 7-0 ทำให้ ลิเวอร์พูลสร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นทีมจากอังกฤษที่เอาชนะนอกบ้านในเกมยุโรปด้วยสกอร์ที่มากที่สุด

วันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2018 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เชมเบอร์ลินทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-0 และประตูนี้ของเชมเบอร์ลินทำให้ได้รับการโหวตเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลิเวอร์พูล ในงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2018

ในวันที่ 25 เมษายน ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เชมเบอร์ลินได้รับบาดเจ็บหนักที่เอ็นไขว้หน้าฉีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โรมา 5-2 ส่งผลให้เชมเบอร์ลินพักยาวตลอดทั้งฤดูกาล และหมดสิทธิ์ไปเล่นทีมชาติอังกฤษ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย อีกด้วย

 

ฤดูกาล 2018-19

ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2019 เชมเบอร์ลินกลับมาลงสนามอีกครั้งในรอบ 1 ปี โดยลงสนามเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ 5-0

 

ฤดูกาล 2019-20

วันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 2019 เชมเบอร์ลินตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูลไปจนถึงปี ค.ศ. 2023] ต่อมา ในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2019–20 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E เชมเบอร์ลินยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เกงก์ จากเบลเยียม 4-1 และวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2019 ฟุตบอลลีกคัพ รอบ 4 เชมเบอร์ลินทำประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับทีมเก่าของเขา อาร์เซนอล 5-5 สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-4 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ

อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน  ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูลในทุกรายการมาแล้ว 52 นัด และสามารถยิงประตูให้กัยต้นสังกัดไปได้ทั้งหมด 12 ประตู

 

เชมเบอร์ลิน กับการเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ.

อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน  ติดทีมชาติอังกฤษ มาตั้งแต่ปี 2010 ในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จนถึง อายุไม่เกิน 21 ปี ในปี 2011 และสุดท้ายก็ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2012 โดยลงเล่นให้กับทีมชาติไปแล้ว 35 และยิงไปได้ 7 ประตู 

แม้ว่า อเล็กซ์ ออกซ์เลด-เชมเบอร์ลิน จะไม่สามารถยึดตำแหน่ง 11 คนแรกขงทีมได้ แต่เมื่อเขาได้รับโอกาสลงสนาม เขามักจะสร้างความโดดเด่นให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เห็นเสมอ และนัดล่าสุดในเกมพรีเมียร์ลีก เชมเบอร์ลิน ได้ลงเป็น 11 ตัวจริง แทน ซาดิโอ มาเน่ ที่ยังบาดเจ็บอยู่ และ เชมเบอร์ลิน ก็ทำได้ 1 ประตู ทำให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะเซาแธมป์ตัน ไปได้ 4-0 และจะได้ลงสนมเป็นตั วจริงอีกครั้งในเกมที่จะบุกไปเยือน นอริช ซิตี้ วันเสาร์นี้ด้วย ซึ่งเป็นโอกาสดี ที่ “ดิอ๊อก” จะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมให้ คล็อปป์ ได้เห็นอีกครั้ง

 

 

เรื่องราวดี ๆ จาก FIFA55 ที่ห้ามพลาด

shares