ศุกร์. เม.ย. 10th, 2020
ความในใจของ สเตอร์ลิ่ง หลังลาแอนฟิลด์ครบ 5 ปี

ความในใจของ สเตอร์ลิ่ง หลังลาแอนฟิลด์ครบ 5 ปี

Sharing is caring!

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกทีมชาติอังกฤษของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมาเผยถึงความในใจของตัวเองที่มีกับต้นสังกัดเดิมอย่าง ลิเวอร์พูล หลังจาที่ครบ 5 ปี นับตั้งแต่ที่ สเตอร์ริ่งย้ายอออกจากแอนฟิลด์ในปี 2015 โดยเผยว่า ยอมรับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังอยู่ในหัวใจของเขาเสมอ   

สเตอร์ลิง ย้ายจากทีมลิเวอร์พูลมาอยู่กับ แมนซิตี้ เมื่อปี 2015 ด้วยค่าตัว 49 ล้านปอนด์ และเป็นกำลังสำคัญช่วยให้เรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 สมัยติดในฤดูกาล 2017-18 และ 2018-19 อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่เขาพาทีมกลับมาแข่งกับลิเวอร์พูล มักจะถูก เดอะ ค็อป โห่ใส่อยู่ตลอด

“ผมรักลิเวอร์พูล  พวกเขาอยู่ในหัวใจของผมเสมอ พวกเขาคือทีมที่ทำหลายสิ่งหลายอย่างให้ผมเติบโตขึ้นมา” สเตอร์ลิง กล่าว

สเตอร์ริ่ง เริ่มตันชีวิตการค้าแข้งกับ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส เป็นเวลาเจ็ดปีก่อนที่จะย้ายไปยังลิเวอร์พูล แลเขาสร้างชื่อเสียงมากับลิเวอร์พูล โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงกับลิเวอร์พูล ในปี ค.ศ. 2012 นัดที่เจอกับ วีแกนแอธเลติก โดยเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ด้วยอายุเพียงแค่ 17 ปี เท่านั้น

แต่หลังจากค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์มาครบ 3 ปี ในเดือนเมษายน 2015 สเตอร์ลิง ไม่ยอมต่อสัญญาใหม่กับสโมสร พร้อมปฏิเสธค่าเหนื่อยจำนวนกว่า 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้ดาวรุ่งรายนี้ มีรายได้เป็นสถิติสโมสร และยังแซงหน้าค่าเหนื่อยที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคนปัจจุบันที่ได้จากสโมสร

สเตอร์ลิง ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ และในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ ในงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2015 ก่อนจะได้รับรางวัลพร้อมกับท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลบางส่วนอีกด้วย จากกรณีที่เข้าไม่ยอมต่อสัญาฉบับใหม่กับสโมสร

ในเดือนกรกฎาคม 2015 สเตอร์ลิง เข้าแจ้งขอย้ายทีมกับ เบรนดัน ร็อดเจอส์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล รวมถึงเจ้าตัวไม่โผล่ไปที่สนามซ้อม โดยอ้างว่าป่วย ซึ่งทำให้สถานการณ์ระหว่างปีกวัย 20 ปี กับสโมสรกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง] นอกจากนี้ สเตอร์ลิง แจ้งกับต้นสังกัดว่าตัวเขาจะไม่เข้าร่วมทัวร์ปรีซีซันกับลิเวอร์พูล และหวังว่าการเจรจาย้ายทีมไป แมนเชสเตอร์ซิตี จะจบสิ้นลงก่อนเริ่มโปรแกรมทัวร์ที่ประเทศไทย ต่อมา ในวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 สโมสรลิเวอร์พูล เดินทางมาปรีซีซันที่ประเทศไทย โดย สเตอร์ลิง ไม่ได้เดินทางมาด้วย

และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน สเตอร์ลิงก็ได้ย้ายเข้าไปสังกัดแมนเชสเตอร์ซิตี เป็นที่เรียบร้อยด้วยค่าตัวสูงถึง 49 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.45 พันล้านบาท ด้วยระยะเวลาสัญญานาน 5 ปี

ด้วค่าตัว 49 ล้านปอนด์ ซึ่งมูลค่าที่สูงถึงขนาดนี้ บรรดาผู้สนับสนุนลิเวอร์พูลต่างมองว่าเป็นการขายที่สโมสรคุ้มค่ามากที่สุด เพราะพวกทีมจ่ายเงินซื้อสเตอร์ลิงมาจากควีนปาร์ค เรนเจอร์ส ในราคาแค่ 600,000 ปอนด์ โดยสเตอร์ลิงยังได้ทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุไม่เกิน 21 ปีที่แพงที่สุด และเป็นผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ซิตีที่มีค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร และเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับที่ 13 ของโลก และเป็นสถิติอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก ณ เวลานั้น

สเตอร์ลิงยิงให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ลูกแรกได้ทันทีที่ลงเล่นนัดแรก ในรายการอินเตอร์เนชันแนลแชมเปียนส์คัพ 2015 ในนาทีที่ 3 ที่พบกับ โรมา ในการแข่งขันที่ออสเตรเลีย

 

ชีวิตการค้าแข้งกับ เรือใบสีฟ้า ของ ราฮีม สเตอร์ริ่ง

ในสองฤดูกาลแรกสุดที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้  แม้เค้าจะสามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพมาครองได้สำเร็จ แต่ผลงานส่วนตัวของเค้าเองก็ไม่ได้ก้าวกระโดดจากตอนอยู่ที่แอนฟิลด์มากนัก ถึงแม้จะลงสนามอย่างต่อเนื่องแต่เค้าทำประตูรวมทั้งสองปีได้แค่ 13 ประตูเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าจะมีเครื่องหมายคำถามคำโตจากคนในวงการถึงนักเตะอย่างสเตอร์ลิงว่าเค้าเป็นของจริงหรือไม่ แต่หลังจากนั้นข้อสงสัย และความคลุมเครือเหล่านี้ก็หมดไป

สเตอร์ลิงเล่าให้ฟังถึงเคล็ดลับที่ทำให้เค้าฟอร์มพุ่งกระฉูดขนาดนี้ได้ เป็นเพราะคนอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า สเตอริ่งบอกว่า เป๊ปต้องการความทุ่มเทจากนักเตะ 100 เปอร์เซ็นต์เสมอ และถ้าเห็นว่าทำให้เค้าไม่ได้ คุณก็ต้องอธิบายมาว่าทำไม…นอกจากนั้นเป๊ป มักจะท้าทายเค้าตลอดเวลา และกระตุ้นให้นักเตะโชว์ฟอร์มให้ดี และพัฒนาตนเองขึ้นมาให้ได้ เพราะการที่มีการแข่งขันในทีมสูงขึ้น ก็เท่ากับว่าคุณก็ต้องหมั่นพัฒนาตนเองตลอดเวลาเช่นกัน แม้นักเตะอย่างแบร์ราโด ซิลวา ,ริยาร์ด มาห์เรซ ถูกดึงเข้ามา แต่สเตอริ่งก็ยังคงได้ลงสนามและสร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง และไม่แปลกใจนักที่เค้าจะกลายเป็นตัวเลือกลำดับแรก ๆ ของเป๊ปไปเรียบร้อย ผลงานในสนามเป็นคำตอบได้อย่างชัดเจนกว่าเค้ามีพัฒนาการมากขึ้นเพียงใด

ฤดูกาลนี้สเตอร์ลิงเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 9 ปีที่ทำแฮททริกได้ตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล ทำแฮททริกได้เป็นครั้งที่สามตลอดชีวิตการค้าแข้ง ทำประตูให้กับซิตี้ได้ครบ 50 ลูก และเชื่อว่ายังมีสถิติอีกมากที่รอบันทึกชื่อของเค้าอยู่ ขอเพียงแค่มียอดกุนซืออย่างเป๊ปอยู่เคียงข้างก็คงเกินพอแล้วสำหรับนักเตะอย่างราฮีม สเตอร์ลิง

ซึ่งก็ปฎิเสธ ไม่ได้ว่า การที่เข้าประสบความสำเร็จกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการกหล่อหลอมมาจากต้นสังกัดเดิมอย่างลิเวอร์พูล ที่ผู้จัดทีมสมัยนั้นให้โอกาสเขาได้สร้างผลงานมาอย่างต่อเนื่อง 

ถึงแม้ว่า หลายเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล มักจะโดนแฟนๆ เดอะค็อป โห่ใส่อยู่ตลอดเวลา แต่ สเตอร์ลิง ยืนยันหนักแน่นว่าหงส์แดงยังอยู่ในใจของเขาเสมอ และเขามักจะยินดีเสมอเมื่อ ลิเวอร์พูล สามารถที่จะคว้าแชมป์ต่างๆ มาครองได้สำเร็จ 

อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา ที่ ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ โดย สเตอร์ลิง กล่าวว่าเขารู้สึกมีความสุขที่เห็นหงส์แดงได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่ 6  มาครองได้สำเร็จ

“ผมมีความสุขกับพวกเขาจริงๆ และมีความสุขที่ได้นักเตะที่ผมรู้จักหลายๆคนได้ชูถ้วยแชมเปียนส์ ลีก” สเตอร์ลิง กล่าว

เรื่องราวดี ๆ จาก FIFA55 ที่ห้ามพลาด

shares